เปลี่ยนเรื่องมั่ง เดี๋ยวจะเบื่อ อ.ยอดซะก่อน ปล่อยอ.ยอดขึ้นฮอตไป เหอๆ

สังเกตได้ว่า เป็นฮอตที่ไม่มีคนเม้นต์ สงสัยจะโดน อ.ยอดจวก จนไม่กล้าเม้นต์ ๕๕๕

 

กลับมาที่ตัวเอง เมื่อวาน เพิ่งจูรี่ทีสิสครั้งที่หนึ่ง ไม่ได้นอนตั้งแต่ ตีห้าครึ่งของเช้าวันพุธ

แต่ได้งีบนิดนึง บนรถ ขาไปและกลับ โอรกกก  กลับมาลูปนรกอีกแล้ว 

 แล้วแกมาอัพบล็อกทำม๊ายยยยย  ไปนอนซะ  ๕๕๕๕ ไม่เอา ไว้นอนตอนกลางคืน

และก็สลบคาคอมตอนสองทุ่ม เลยกระดืบไปนอนบนเตียง ๕๕๕ ตอนสองทุ่มของวันพฤ

 

ไหนๆ ต้องทำเล่มทีสิสอยู่แล้ว เลยเอามาพิมลงไว้เลย จะได้ไม่ลืม

มีอะไรผิดพลาด หรือควรเสริมเรื่องไหน บอกได้เลยเน่อ เหมือนเป็นการเช็คไปในตัว

=>w<=

 

เตือน!!!!!!     รูปเยอะนะเจร่อะ

 

สถาปัตยกรรมลวง  ฟังแล้วอาจจะดูงงๆ  แต่การลวงนั้น มันใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิดนะ

 

ลวง คือ ทำให้ผิดจากความเป็นจริง

ส่วนคำอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่าง หลอก ล่อ ลับ กล พราง แกล้ง แสร้ง

เลห์ อุบาย มายา ล้วนเป็นกลวิธี ที่ทำให้เกิดการลวง

และเมื่อเอาคำเหล่านั้น มา สมาส กับคำว่าลวงก็ได้

คำที่มีความหมายเดิมโดยคำที่เสริมขึ้นมาเป็นการเน้นความ

ขยายความให้มีความชัดเจนมากขึ้น

 

การลวงเป็นธรรมชาติ เป็นธรรมดา พบเห็นได้ทั่วไป 

ตั้งแต่ ปรากฎการณ์ ธรรมชาติอย่าง มิราจ ที่เรารู้จักโดยทั่วกัน 

มิราจ คือปรากฎการณ์ที่มีความร้อนบนพื้นสูง

ทำให้พื้นระบายความร้อนไม่ทัน เกิดกลุ่มอากาศร้อนรวมตัวกัน ด้านล่างใกล้พื้นผิว ซึ่งเป็นเหตุให้

แสงเกิดการหักเหเนื่องจากความร้อนสะสมที่ไม่เท่ากันในแต่ละชั้นอากาศ

โดยความร้อนทำให้ความหนาแน่นของอากาศในแต่ละชั้นไม่เท่ากัน

ซึ่งอากาศร้อนจะมีความหนาแน่น น้อยกว่าอากาศเย็น 

เจ้ากลุ่มอากาศร้อนนี้ ก็เลยทำหน้าที่เป็นกระจก ที่สะท้อนวิวไกลๆให้เราเห็น

ไม่งั้นก็ท้องฟ้า จึงทำให้เราคิดว่าเป็นแหล่งน้ำ

(ดูเป็นฟิสิกส์ ที่ไม่เกี่ยวกับ ถาปัตย์ ๕๕๕ บอกแล้วคณะนี้มันต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่รู้ ก็ต้องหาให้รู้ โอรกกก)

รูป และข้อมูล จาก วิกิพีเดีย เล่นง่ายนะเอ็ง ๕๕๕๕

อันนี้ แสดงให้เห็น การเกิด มิราจในเวลาต่างๆเทียบกัน ที่เกาะ Farallon 

โดยอันบนสุดเล็กๆเป็น inferior mirage ถัดมาเป็น green flash เห็นแสงเขียวๆที่ซ้ายมือของภาพ

ส่วนสามรูปที่เหลือเป็น superior mirages

 

 

มิราจ มีหลักๆ อยู่สองแบบ คือ

1 มิราจแบบ Inferior mirage ซึ่งพบเห็นได้บ่อย  คือเกิดภาพใต้วัตถุจริง เหมือนตั้งอยู่บนหนองน้ำ

มิราจแบบนี้ จะอยู่ไม่นาน เพราะอากาศมีการระบายความร้อนได้เร็ว เนื่องจากปกติ

อากาศร้อนจะลอยตัว ขึ้นสูงอยู่แล้ว แต่เกิดได้บ่อย อย่างบนถนนก็ใช่

และถ้าอากาศมีความแตกต่างหลายๆชั้น ก็จะสะท้อนภาพหลายๆอย่างมารวมกัน แบบว่ามึนได้อีก

 

2 Superior mirage  เป็น มิราจที่เกิดจากอากาศเย็น คืออากาศบนพื้นผิวมีความเย็นมากๆ 

มักเกิดที่แถวๆชายฝั่งภูเขาน้ำแข็ง  หรือแถบขั้วโลก พบเห็นได้ยาก แต่จะอยู่นาน

เนื่องจากอากาศเย็นมีความหนาแน่นมาก จะหนัก และรวมตัวกันอยู่ด้านล่าง 

เรียกว่า ฟาตา มอกานา  < fata morgana> หรือ halgerndingar  ในภาษาไอซ์แลนด์

ในบางครั้ง อาจสะท้อนเมืองไกลๆได้ทั้งเมืองได้เลยทีเดียว ซึ่งภาพที่เห็น จะอยู่ใกล้พื้นดิน

หรือลอยบนฟ้า ขึ้นกับระยะทางของวัตถุ และอุณหภูมิของอากาศ หรืออาจมีหลายๆอันผสมกัน ๕๕๕

ฟาตา มอกานา  ที่มีชื่อเสียงคือ The Novaya Zemlya effect ซึ่งเป็นผลจากดวงอาทิตย์

และแนวเส้นแวง อันนี้ อ่านแล้วมึนๆ แปลไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เหอๆๆ

 

ชื่อ ฟาตา มอกานา เป็นชื่อของแม่มดในยุคกลาง Morgan le Fay ซึ่งเป็นน้องต่างพ่อหรือแม่

ของกษัตริย์อาเธอร์ แต่ดันเป็นศัตรูกันซะงั้น  ประวัติไปหาอ่านกันเอง

เพราะถ้าเอามาลงแล้วติดลมบน กู่ไม่กลับอีก ๕๕๕๕ 

รูปมาตรฐาน แต่ว่า เราไม่ค่อยชอบเวอร์ชั่นนี้เท่าไหร่ แต่ขึ้เกียจไปหา

 

ฟาตา มอกานา มักเกิดตอนเช้าๆ หรือเวลาที่อากาศสงบ

อย่างรูปนี้ ก็เป็น ฟาตามอกานา ที่เกาะ Farallon , San Francisco  เกาะนี้ มันเกิดบ่อยจริงๆ

อันนี้ที่เกาะ Santa Barbara รัฐ  Santa Monica, USA

picture credit

http://en.wikipedia.org/wiki/Mirage

http://en.wikipedia.org/wiki/Fata_Morgana_(mirage)

 

นอกจากปรากฎการณ์ ธรรมชาติแล้ว  ยังพบเห็นได้ ในสิ่งมีชีวิตทั่วไป (อันนี้ก็เป็นชีวะ ไม่เกี่ยวกับถาปัตย์ ๕๕)

 

พืช 

ก็ใช้ สี กลิ่น ล่อลวงแมลง เพื่อการขยายพันธุ์ และขยายพื้นที่ 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือพืชกินแมลง บางชนิด ก็มีกลิ่นเหมือน เนื้อเน่า

เพื่อล่อแมลงอันสุดท้ายน่ะ titanum

 

    

 

สัตว์

อันนี้เห็นได้ชัด ที่หลอกลวงเพื่อความอยู่รอด

แบ่งง่ายๆ (อันนี้ แบ่งเองตามความเข้าใจนะ ไม่ได้อ้างอิงจากหนังสือ

เพราะ ทีสิส คือการเขียนหนังสือของเราเอง ใครว่าดี ไม่ดี อย่างไรบอกได้โลด)

 

แบบที่เปลี่ยนแปลงร่างกาย

คือ แบบที่มีการวิวัฒนาการ ให้ร่างกายเกิดลักษณะเฉพาะ

 

๑ สี สัตว์มีการพัฒนา ให้มีสีที่กลมกลืนกับ สภาพแวดล้อมที่อยู่

แบ่งเป็น ๑.๑  สีติดตัว  คือมีสีเดิมตลอด เปลี่ยนไม่ได้ แต่มีสีที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม

                     

            ๑.๒  สีที่สามารถปรับไปตามสภาพแวดล้อมได้  คือ ในเซลล์ มีการเคมี ที่กระตุ้นให้มีการเปลี่ยนสี

                   ของรงควัตถุในเซลล์ได้ เช่น กิ้งก่า จิ้งจก อีกัวน่า หมึกยักษ์ หรือหมึกกระดอง

                   

๒ ลาย มีการสร้างลายขึ้น เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม หรือ ใช้ ขู่ศัตรู

                    อันนี้แบบ พรางตัว

                       แบบนี้ใช้ขู่ศัตรู แต่ไม่รู้ว่า น่ากลัวยังไง

๓ รูปร่าง คือมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง

            ๓.๑ มีการเพิ่มขึ้นของระยางค์  เพื่อให้มีความกลมกลืนกับ

                   สภาพแวดล้อม หรือใช้เป็นเยื่อล่อ อาหาร

                  มีระยางค์ยื่นออกมา

                  เหมือนอยู่ใน กอสาหร่าย แต่ระยางค์นั้น เหมือนจะไม่มีประโยชน์อื่นๆ

                   

                  anger fish มีเบ็ดติดไฟแบคทรีเรีย  ส่วนตัว ๕๕

 

 

            ๓.๒ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง  แต่ยังคงไว้ซึ่งลักษณะเด่นของสายพันธุ์ 

                  เปลี่ยนรูปร่าง บางส่วน 

                  เปลี่ยนเกือบทั้งหมด

                  ข้างบนเป็นมด ข้างล่างเป็นแมงมุม และแน่นอนว่าที่รูปร่างแบบมด

                  ไม่จำเป็นต้องกินแต่มดเท่านั้น แต่กินแมลงอื่นๆ ที่ไม่กลัวมดด้วย หึหึหึ

 

แบบที่ไม่เปลี่ยนแปลงร่างกาย

คือ มีร่างกายเหมือนเดิม แต่ใช้ความฉลาด สร้างวิธีการเพื่อล่อลวง หรือหลอกลวง

เช่น การแกล้งตาย วางกับดัก อย่าง ขุดหลุม การขยายขนาด เพื่อให้ดูใหญ่ขึ้น 

เอาใบไม้ ซากพืช ซากสัตว์ ต่างๆมาปิด และอื่นๆอีกมาก

แกล้งตายที่เหมือนตายไปแล้ว

   หลุมแมลงช้าง

  แผ่แม่เบี้ย ๕๕๕๕

 

 

โดยสัตว์อาจใช้วิธีการ หรือ ลักษณะหลายๆ อย่างร่วมกันเพื่อลวง

การลวงนั้นเป็นทั้ง การลวงเพื่อหลบซ่อน การลวงเพื่อออกล่า หรือทั้งสองอย่างก็ได้

 

มนุษย์  (โอรก  อันนี้  เยอะมาก เยอะไม่ไหวแล้ว) 

เริ่มจาก กับดักล่าสัตว์

 

การพรางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

 

 

พอมนุษย์ มีความฉลาดมากขึ้น การลวงจีงมีความซับซ้อนขึ้นเป็นเงาตามตัว

กับดักล่ามนุษย์  อันนี้ เห็นได้ชัดเจนในยุคปัจจุบัน  ถูกพัฒนาโดยมิจฉาชีพซึ่งเห็นได้ชัดว่า

บุคคลกลุ่มนี้ โดยเฉพาะตัวเอ้ มีความแหล่มเป็นอย่างยิ่ง แต่เลือกวิธีการที่ทำร้ายคนอื่น อย่างแนบเนียน

ดังนั้น เราจะลวงอย่างไรให้สร้างสรรค์ และเกิดประโยชน์ ต่อ ผู้คนส่วนใหญ่

 

ความงาม ดูดี มีมารยาท (มารยาท อ่านเร็วๆเหมือน มายา๕๕๕ )

 

 ศัลยกรรม

 

 

นิทาน นิยาย เรื่องที่แต่งขึ้น

อย่างเรื่อง เด็กชายป้ายเหลืองที่โด่งดัง นำแสดงโดย เด็กชายไร้ป้าย งงมั๊ย ๕๕๕๕

 

เด็กชายป้ายเหลือง???     เด็กชายไร้ป้าย ที่ตอนเด็กน่ารักมว๊าก

                                     ส่วนตอนโต เอิ่ม เป็นข้อผิดพลาดของพัฒนการ ๕๕

 

เรื่อง หัตถาครองพิภพ แหวนนรกแย่งกันทำไม  แต่ตูก็ยังตามติดยิ่งกว่าสมาคมแม่บ้าน

เรื่องที่คุณก็รู้ว่า เรื่องอะไร ๕๕๕๕   

 

 

 

การลวง ลามไปถึงเรื่องศาสนา 

ขอบคุณ ตุล มากถึงมากที่สุด ที่สรุป เรื่องลวงจากศาสนาให้ แถมทำให้ด้วยความเร่ง

เพราะเมศร้องขอตอนสองทุ่ม แต่ส่งเก้าโมงเช้า ทราบซึ้ง (อ่านเองนี่ ตายกับตาย)

 

ด้านศาสนา เห็นง่ายๆก็คือเรื่องโกหก เป็นห้ามหลักๆ ในเกือบทุกศาสนา แถมเป็นข้อห้ามแรกๆ

ไม่ก็ในบทบัญญัติอย่างง่าย

 

  การลวงในศาสนาคริสท์กับอิสลาม มีความหมายเดียว คือ seduce (ยั่วยวน, ล่อใจ, ดึงดูด, ล่อลวง)

คือล่อลวงโดยมารซาตาน ให้ห่างจากพระเจ้า ผลคือ การความตายอันเป็นนิรันดร์

 

ทางศาสนาพุทธ คือมีมิติทางปรัชญา  การลวงมีหลายมิติ คือ การโกหก ทำแล้วผิดศีล ไม่ว่าจะโกหกเพื่ออะไรก็ตาม

อีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่การโกหก เรียกว่ากุศโลบาย คือกุศล บวกกับอุบาย คือ ให้เข้าใจไปอีกทางด้วยการปิดบัง

หรือพูดให้เข้าใจไปทางอื่นโดยไม่มีการแต่งเติม แต่อธิบายแค่เพียงมุมเดียว ถ้าตั้งใจให้เป็นกุศล วิบากก็เป็นกุศล

หากตั้งใจให้เป็นอกุศล วิบาก(ผลกรรม) ก็จะเป็นอกุศล

เหตุการณ์หนึ่ง มีคนคนหนึ่ง วิ่งหนีคนที่จะมาทำร้าย ผ่านพระพุทธเจ้าไป แล้วพวกที่มาทำร้ายวิ่งผ่านมา

พระพุทธองค์ทราบด้วยพระญาณอยู่แล้วว่าเกิดอะไร ท่านเลยถอยหลังไปหนึ่งก้าว ณ มุมที่มีวัตถุบังอยู่

แล้วพวกคนกลุ่มนั้นถามว่า สมณะ ท่านเห็นคนวิ่งผ่านมาทางนี้ไหม

ท่านก็ตอบว่า ตอนที่ยืนอยู่ที่จุดนี้  ตถาคต(เป็นคำเรียกตัวเองของพระพุทธเจ้า) ไม่เห็นใคร

แล้วพวกนั้นก็หาคนนั้นไม่เจอ

อีกเคสนึง การลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือลวงด้วยอวิชชา คือความไม่รู้ ทำให้เหล่าสัตว์ ต้องวนเวียนไปมา

เพราะติดในความอยากนั่นอยากนี่ คิดว่าวัฏะสงสารสวยงาม เลยไม่อยากไป เครื่องลวงชั้นดีที่สุดคือสวรรค์

เพราะหลอกได้แนบเนียน ว่าสุข สบาย สวยงาม อายุยืน ทำให้คนเรา ต้องอยากมาเกิดอีก จนไม่จบไม่สิ้น

แท้จริงแล้วเราต้องมาพบกับความทุกข์ ทั้งเพราะความตายของคนอื่นและของตนเอง

แต่รวมๆแล้ว การลวง ไม่ว่าจะศาสนาไหน ก็คือการปรุงด้วยฝีมืออย่างแนบเนียบ จนเชื่อได้สนิทใจนั่นเอง

 

credit pic   www.deviantart.com,  www.flickr.com

 

 

อาก เยอะมาก นี่ ข้อมูลแค่เพลทเดียวนะเนี่ย เมื่อวานพฤ ทำส่งไปสามแผ่น   

นั่งพิม แทรกรูปมาสามวันแระ เพิ่งจะเสร็จ ฮากกก

ไว้ทยอยเอามาลง ความจริง ขาดไปแผ่นนึง เรื่องว่า การลวงมาใช้ในสถาปัตยกรรม อย่างไร

อ่านหนังสือไม่ทัน อ่านไม่หมด กรุ๊ปไม่ได้ ข้อมูลมันเยอะๆไป

แถม ไม่มีข้อมูลตรงๆ มีแต่ให้วิเคราะห์ แล้วย่อยแล้ว อาเจียน เขียน ออกมาให้อ. ตาย ตาย ตาย

ดังนั้น น้องๆทั้งหลาย ถ้าไม่อยากทำรีเสริจ เหนื่อยตาย ก็ทำงานฟังก์ชั่นเถอะ ถึงมันจะไม่เท่ก็ตาม

 

 

next plate  ลวงเพื่ออะไร  และ  ทำไมถึงถูกลวง

 

 


edit @ 21 Jun 2009 10:46:18 by MazeaH

edit @ 29 Jun 2009 10:01:44 by MazeaH

Comment

Comment:

Tweet

ค้นคว้าเรื่อง Mirage อยู่ เซิชไปเซิชมามาโผล่งานแกได้ไงเนี่ยconfused smile

#8 By Tem (125.25.2.159) on 2010-08-24 19:37

ThanK You for Mirage

#7 By Thank (203.148.164.138) on 2009-12-04 21:50

อืม


น่าสน


#6 By anant on 2009-06-24 02:24

ข้อมูลแน่นดี สู้ต่อไปน่อ big smile
คอนเส็ปน่าสนใจจังฮ่ะ อ่านแล้วมันส์ดี ห้าๆ ได้ความรู้ด้วย
รอดูงานนะจ๊ะว่ามันจะลวงอย่างไร

#4 By alamode on 2009-06-21 21:56

อุ๊ยๆ ปุ๋ยอ่านข้ามๆอ่ะ
แต่เห็นด้วยกับอีเด็กชายป้ายเหลือง
ตอนเล็กๆชั้นล่ะออกจะชอบ
แต่โตมานี่ ..ช่วยไปตบเหลี่ยมที

#3 By Chocolate Emotion on 2009-06-21 19:55

อยากเห็นแบบ 55+

หัตถาครองพิภพ แหวนนรกแย่งกันทำไม<<ขำไอ่นี่อ่ะพี่เมศ 55+ สู้ๆนะคะ รอดูน้อๆ 555+

#2 By . on 2009-06-21 17:37

อ่าติดตามต่อไป.... แค่คอนเซ็ปก็น่าสนใจแร้น

#1 By mintd*-* on 2009-06-21 00:34