มาต่อกันเล้ย ถ้า เลืกต้นไม้ได้ อยากให้ลูกเรามีแต่กิ่งขดๆ สาธุ  ๕๕๕

 

รายงานวันเสาร์ครับ

ขอส่ง ReWrite ของนิทาน (ชีวิต) เรื่องที่ ๒ มาให้อ่านเลยนะครับ

 

ที่เขียนว่า นิทาน (ชีวิต) ก็เพราะว่า ความจริงไม่ได้เป็นนิทานที่แต่งขึ้นมา

แต่เป็นเรื่องจริงๆที่ไปเจอมา แล้วก็ทำให้ได้ข้อมูล ได้รู้ และได้คิด จึงเอามาบันทึกเป็น style นิทาน

เพื่อให้อ่านสบายๆขึ้น และเป็นอุปกรณ์ที่เป็นกันเองกับนักเรียนมากกว่าตำราหนักๆครับผม


นิทานวันนี้ เขียนเสร็จแล้ว รู้สึกว่า “ต้องทำอะไร ณ วันนี้ ในขณะที่ยังไม่ตาย”

ให้ “มีประโยชน์” มากขึ้นอีกนิด เพราะตายไป ก็เหลือเพียง “ความเท่ และ ความสวยงาม”

ของอดีตเท่านั้นเอง หึ หึ ครับ

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์

ปล... ตามเคยที่บอกครับว่า นิทานเหล่านี้ อยากจะ Forward ไปให้ใครก็ตามสบายเลยครับ

เอาไว้เตือนใจและถูกจริตกับบางคนแน่นอนครับ อยากเอาไปเปลี่ยนเนื้อความก็ได้

(เพราะส่งเป็น words ไม่ใช่ pdf ครับ) เปลี่ยนชื่อคนเขียนก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ หึ หึ

 

นึก ถึงหน้าอ.ยอด ตอนหัวเราะหึ หึ แล้วหยอง  บริ๊ออออ =[]=

 

 นิทานเรื่องที่ ๒ เรื่องของ สัก-ประดู่


         เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วผมท่องหาภูมิปัญญาท้องถิ่นอยู่ในแดนอิสาน เพราะรู้สึกถึงความเขลาของตนเอง เดินทางไปเรื่อยๆ เดินทางติดต่อกันอยู่หลายปี แต่ละครั้งเดินทางอยู่ ๒-๓ อาทิตย์ ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจออะไร

 

            วันหนึ่งเข้าไปในป่าปลูกกับชาวบ้านคนหนึ่งที่ดูแลป่าที่ปลูกขึ้นมาผืนนั้น นายคำภูอายุอ่อนกว่าผม ๑ ปี เรียนหนังสือจบแค่ ป.4  ...เราสองคนเดินเข้าไปในป่าปลูกอายุแค่ 10 ปี  ผมสังเกตความเจริญเติบโตของต้นไม้หลากชนิดที่ยืนต้นอยู่นั้นว่า.....

 

ต้นสัก.....  ต้นไม้ราคาแพงที่สุด อายุ ๑๐ ปีจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้ว

ต้นมะค่า..  ต้นไม้ที่ราคาแพงน้อยลงมา อายุ ๑๐ ปีจะมีขนาดเล็กลงมาหน่อย

ไม้แดง....  ต้นไม้ราคาถูกลงไปอีก อายุ ๑๐ ปีจะมีขนาดเล็กลงมาอีก แล้วก็

ต้นประดู่..  ต้นไม้ที่ราคาที่ถูกที่สุดในกลุ่ม อายุ ๑๐ ปีจะมีขนาดเล็กที่สุด 

 

เมื่อสังเกตเห็นดังนั้น ผมก็พูดขึ้นมาว่า

        “ต่อไปเราก็ปลูกแต่ต้นสักดีกว่า ต้นสักราคาแพง แถมโตเร็วด้วยอีกตะหาก ไปปลูกต้นไม้อย่างอื่นทำไม ไม่ต้องปลูกไม้ประดู่แล้ว 10 ปีต้นเล็กนิดเดียวเอง

 

นายคำภูเขาก็บอกว่า

        “ต้นสักเป็นต้นไม้เห็นแก่ตัว เวลาที่ใบมันตกลงมาใต้ต้น ตะไคร้ยังขึ้นไม่ได้เลย แต่ต้นประดู่ กิ่งมันแข็งนะอาจารย์ ตัดกิ่งเอามาตีควายยังได้

 

 

   

ต้นสัก credit  http://www2.ipst.ac.th/science/web%20resources/north.htm

 

 

ผมก็ไม่ได้พูดอะไรตอบออกไป นอกจากคิดชื่นชมนายคำภูว่า เขาเป็นชาวบ้านที่รู้เรื่องพืชพรรณได้ดีจริงๆ เป็นคนที่เข้าใจธรรมชาติของป่าของต้นไม้ ที่คนอย่างเรายากจะสังเกตและเข้าใจได้ ....

จนกระทั่งตอนกลางคืนเราสองคนนั่งคุยกันที่ชานบ้าน

 

พี่คำภูเขาพูดลอยๆขึ้นว่า

                “คนเมืองตัดสินคุณค่าของสิ่งของด้วยความสวยงาม จากของที่ตายไปแล้ว แต่ชาวบ้านตัดสินคุณค่าด้วยประโยชน์ใช้สอยจากของที่ยังไม่ตาย

 

ผมก็ถามว่า แปลว่าอะไร

 

พี่คำภูเขาก็บอกว่า

อาจารย์ครับ....

ต้นสักมันจะแพงได้ มันต้องเป็นต้นสักที่ตายแล้ว แล้วก็ต้องดูว่าลายสวยไหม แต่ต้องเป็นต้นสักที่ตายแล้ว แต่ต้นไม้อื่นๆหลายๆอย่าง ต้นไม้อะไรก็ขึ้นใต้ต้นได้ ผักกูดก็ขึ้นได้ หรืออย่างต้นประดู่กิ่งมันก็มีประโยชน์

ต้นประดู่มีประโยชน์ใช้สอยตั้งแต่ตอนที่มันยังไม่ตาย ชาวบ้านเอาไว้ทำประโยชน์ เพราะว่าชาวบ้านตัดสินจากประโยชน์ใช้สอย แล้วเป็นประโยชน์ใช้สอยที่เกิดขึ้นตอนที่มันยังไม่ตาย

 

 

 

 

นี่ต้นประดู่  credit  http://gotoknow.org/blog/goodliving/247970?page=2

 

 

 

 

คนเมืองตัดสินคุณค่า...... ด้วยความสวยงามจากสิ่งที่ตายไปแล้ว ทำลายวงจรชีวิตไป

ชาวบ้านตัดสินคุณค่า ..... ด้วยประโยชน์ใช้สอยจากสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ ธรรมชาติเป็นวงจรชีวิต

คนเมือง และ ชาวบ้าน..... จะตัดสิน คุณค่า ที่แตกต่างกัน

ถ้าไม่ทำลายกันก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเกิดการทำลายกัน...... ก็จะมี ผู้แพ้

เมื่อมี ผู้แพ้ และมี ผู้ชนะ  ความรักก็น้อยลง ก็จะทำให้สังคมมีความน่าอยู่น้อยลง

 

 

      มุมมอง การดำรงชีพ และภาระกิจที่เรากำลังทำอยู่ คงไม่ได้ต่างอะไรมากนักกับเรื่องของต้นสักและต้นประดู่ของนายคำภูเท่าไร เพราะ... ความสำคัญของการบริหารชีวิตอาจจะอยู่ที่

 

 

ความรัก และ สังคมที่น่าอยู่

ความมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างยั่งยืน

การบริหารที่หลีกเลี่ยง ผู้แพ้ และ ผู้ชนะ

การไม่เข่นฆ่าหรือทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

 

บางทีระบบการเรียนการสอนเราสอนให้นักเรียนเป็น คนเก่ง นั้นอาจไม่ยาก

บางทีระบบการเรียนการสอนเราสอนให้นักเรียนเป็น คนดี นั้นอาจยากนักหนา

บางทีระบบการเรียนการสอนเราสอนให้นักเรียนมี สมองเฉียบคม นั้นอาจไม่ยากนัก

บางทีระบบการเรียนการสอนเราสอนให้นักเรียนมี หัวใจอ่อนโยนนั้นอาจยากนักหนา

 

 

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นยิ่งใหญ่และล้ำลึกจริงๆครับ

ขอบคุณต่อ  โชค และ ความรัก ที่ได้มาครับ

 

ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์

 

 


สวนป่า..นายคำภู

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เท่อ่ะ ชอบค่ะๆ 55+

ประดู่แดงตอนดอกมันบานสวยมากๆเลย =v=!

#7 By . on 2009-06-14 23:58

เยี่ยมเลยค่ะ
นึกถึงนรชาติวางวายฯนิดๆแฮะ ในประเด็นที่ว่าเราครทำตันให้มีประโยชน์ก่อนตาย
สังคมทุกวันนี้มันทุนนิยมเกินไปจนน่าเศร้าแล้ว

#6 By alamode on 2009-06-14 21:43

ปัญหาแค่นี้ทำไมตอนนั้นต้องมองเป็นปัญหาใหญ่โตระดับชาติด้วยไม่รู้ สงสัยคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ เหตุผลเลยเข้าข้างอารมณ์ไปในตอนนั้น

อีกอย่างที่ทำให้คิด drop คืออยากเข้าสถาปัตย์จุฬา เพราะมชมันเป็นรับตรง เราติดก่อน และเกิดดูถูกตัวเองว่าคงไม่เก่งพอสำหรับจุฬาเลยไม่ได้แอดมิชชัน ปรากฏคะแนนสูงต่ำออกมา ถ้าผมแอดก็ติดไปเเล้ว

พอไปอยู่เชียงใหม่จริงๆก็ได้รู้ครับว่า ความรู้สึกตอนมาอยู่กับตอนมาเที่ยวจริงๆมันต่างกัน ฮื้อๆๆ

อยากแก้ไขอดีตเจงๆ แต่ทำไม่ได้เเล้ว ช่วงว่างนี้ก็พยายามเข้าจุฬา มันต้อง drop มาอ่านจริงๆ ข้อสอบ PAT4 เเทบจะไม่ได้วาดรูปเลย แต่อาศัยเซ้นต์เรื่องขององค์ประกอบศิลป์เป็นหลัก มันเอาที่เราเรียนเทอมเเรกมาประยุกต์ไม่ได้เลย กันเด็กซิ่วจริงๆ

ถ้าไม่ติด top5ของที่นั่นบางทีผมคงไม่กล้าคิดจะซิ่วหรอกครับ เพราะเปล่าประโยชน์ อยากลองดูว่าถ้าtop5มช แต่ไม่ติดแม้แต่อันดับท้ายๆของจุฬา ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย



ตอนนี้สู้โว้ยยย ครับ เริ่มจากไปสอบสถาปัตย์ไทย ถึงจะไม่มีคุณสมบัติยื่นคะแนน(เพราะไม่รับเด็กซิ่ว) แต่อยากรู้ระดับความสามารถของเรามากกว่า จะได้แน่ใจว่าเรียนสถาปัตย์ได้จริงๆ

#5 By TunG on 2009-06-14 20:13

ดีแล้วพี่ ดีแล้วเด่นจักเป็นภัย เจอมันกับตัว มันหนักมาก

เหนื่อยใจมากกว่าโดนล้มแบบอีก ฮาก ไม่อยากนึกถึง

#4 By MazeaH on 2009-06-14 20:01

เป็นคนดีมักไม่โดดเด่น

#3 By wesong on 2009-06-14 19:18

อ่านแล้วได้ข้อคิดดี...ขอบคุณครับconfused smile

#2 By araignee on 2009-06-14 14:48

ขอบคุณค่ะ
สำหรับนิทานดีดีแบบนี้ค่ะ
surprised smile big smile

#1 By GoddessIsis on 2009-06-14 12:37